วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555
ความจริง ความงาม ความดี เป็นเช่นนั้นเอง
เหตุการณ์มากมายในโลกมักถูกจัดให้อยู่ในประเภทต่างๆ ด้วยคำพิพากษาตัดสินจากกรอบข้างในของตน เราไม่ได้รู้รอบทั้งหมดขององค์ประกอบที่ทำให้เป็นไป แต่เราบอกว่าแค่นี้ก็พอแล้วยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ผ่านมานานแล้ว
27 ธันวาคม 2553 เวลาประมาณ 21.45 น. รถตู้โดยสารประจำทาง วิ่งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มุ่งหน้า บีทีเอสจตุจักร มีผู้โดยสารเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ช่วงทางด่วนโทลล์เวย์ฝั่ง ขาเข้า บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จู่ ๆ รถเก๋งที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดพุ่งเข้าชนท้าย ทำให้รถตู้เสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ แรง เหวี่ยงอย่างรุนแรงทำให้ประตูรถตู้เปิดออก และมีผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ ร่วงจากทางด่วนตกลงมาด้านล่าง ซึ่งเป็นถนนวิภาวดี เสียชีวิตทันทีรวม 8 ราย เป็นชาย 5 ศพ หญิง 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 7 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิงอีก 3 ราย
หลังจากนั้นมีการตัดสินพิพากษาโดยสังคมอย่างรุนแรง ผมสืบค้นใน google (ข่าว+รถตู้+เด็กอายุ16)พบว่ามีเรื่องนี้ถึง 9,480,000 รายการ(เมื่อวันที 26 ม.ค. 55 เวลา 14:29 น.)ข่าวนี้สร้างแรงสะเทือนไปมากมาย ต่อความจริง ความงาม ความดี การตัดสินจากสังคมรุมเร้า เร่งเราให้เห็นว่า เหตุการณ์นี้(ความจริงที่ถูกสื่อออกมา)เป็นที่ไม่พึงปรารถนาในสังคม ที่มีความงามและความดีเยี่ยงนี้
ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างไรเราไม่อาจรู้ได้ ผู้ประสบด้วยตนเองเห็นเพียงส่วนที่ตัวประสบ เรานำมาปะติดปะต่อ และประกอบขึ้นเป็นความจริงในใจ
ความงาม และความดีของเหตุการณ์นี้จึงไม่อาจสัมผัสได้เพราะความจริงที่ประกอบขึ้นเองนั้นปิดกั้นไม่ให้เห็นความงาม และความดี
อีกเหตุการณ์หนึ่ง
วันนี้( 26 ธ.ค.2554) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุยิงกันตายหลายรายในค่ายกองร้อย ตชด.ที่ 434 หมู่ 15 ต.ควนมะพร้าว ตรวจสอบที่เกิดเหตุบนที่นอนในป้อมรักษาการหน้าค่ายพบศพ ตชด. มีบาดแผลถูกยิงเข้าใต้คางทะลุ นอนกอดอาวุธปืนเอชเคอยู่ บนพื้นพบปลอกกระสุน 1 ปลอก ส่วนด้านหลังค่ายห่างออกไปไม่ไกลเป็นอาคารฝ่ายสืบสวนภายในโรงครัวมีการตั้งวงสุรา พบศพผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันอีก 6 ศพ เสียชีวิตในโรงครัว 3 ศพ และพงหญ้าหน้าโรงครัว 3 ศพ และส่งโรงพยาบาลบาดเจ็บหนึ่งคน
ความจริงของเหตุการณ์นี้เป็นเช่นไร ผู้ที่รอดเพียงหนึ่งเดียวอาจรู้เพียงส่วนที่ตนสัมผัสเท่านั้น แล้วความงามความดีในตัวเราเริ่มทำงานอีกครั้ง แล้วความสยดสยอง หรือสิ่งอื่นเข้ามาบดบังทำให้ไม่สามารถสัมผัส ความจริง ความงาม ความดีได้
อาจารย์สอนว่าทุกทุกเหตุการณ์มีความจริง ความงาม และความดีประกอบให้เป็น หากเราสัมผัสไม่ได้นั่นหมายความว่าเรายังเข้าไม่ถึงสิ่งนั้น เข้าไม่ถึงเนื่องจากความคิดของเรา ปิดกั้นความรู้สึก และหัวใจของเราออกจากสิ่งนั้นๆ อคติของเรา นำพาเราออกจากความจริง ความงามและความดี เพราะเพียงรับรู้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
เมื่อความตายเกิดขึ้น จึงเห็นความจริง ความงาม ความดี ของการมีชีวิตอยู่
เมื่่อโทสะเกิดขึ้น จึงเห็นความจริง ความงาม ความดี ของความเมตตากรุณา
เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไป กระแสอารมณ์ร่วมผ่านไป เราก็จะละเลยที่่จะค้นหาต่อไป
เรามักเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความคิด
หากเราเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยการสังเกตุ สังเกตุที่ไม่มีความคิด ความรู้สึก เราจะเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง
เมื่อเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ความจริง ความงาม ความดี จึงปรากฎตัวและหากปราศจากความคิด ความรู้สึก เราจะสัมผัส สรรรพสิ่ง ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกันกับ สรรพสิ่ง
ความจริง ความงาม ความดี เป็นเช่นนั้นเอง

จากสองเหตุการณ์นี้ ผมสัมผัสถึงความเมตตากรุณาจากโทสะที่ผู้คนมี โทสะนั้นกระแทกความเมตตากรุณาให้หลั่งรินออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นโทสะของผู้จากไปหรือผู้ดำรงอยู่ ผมสัมผัสถึงการให้อภัยจากคำคาดโทษพิพากษาของสังคม ไม่ว่าจะเป็นตามกฎหมายหรืออารมณ์สังคม ผมสัมผัสถึงการชมเชย ปล่้อยวาง และจุดประกาย จากอารมรณ์ริษยา คับแค้น และสิ้นหวัง ผมสัมผัสถึงคำแนะนำ จากคำตำหนิติเตียนไม่มีทางออก ผมสัมผัสถึงอนาคต จากอดีตที่จบลงแล้ว
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคนไม่รู้จักกันเมื่อสัมผัสกันเพียงชั่ววูบก็ทำให้ชีวิตตกล่วงไป
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคนที่คบกันมานานเมื่ออารมณืชั่ววูบมาสัมผัสก็ทำให้ชีวิตตกล่วงไป
แต่เราได้เรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว

ผมยังเชื่อว่าเราสามารถที่จะทำให้ปรากฎซึ่งความเมตตากรุณาโดยไม่จำเป็นต้องเห็นจากโทสะ และความจริง ความงาม ความดี ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นการให้อภัย การชมเชย การปล่อยวาง และการจุดประกายสร้างสรรค์จะเผยตัวตนได้โดยไม่ต้องพึ่งเหตุการณ์คล้ายข้างต้น
ด้วยการปรากฏเช่นนั้น
ความจริง ความงาม ความดี เป็นเช่นนั้นเอง
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554
พ่อและผม : ความคิดเอาเองคนเดียว
ผมนั่่งดูละคร บ้านนี้มีรัก แล้ว มองดูตัวเอง ไม่เคยมีบ้าน ไม่เคยมีรัก
เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ย. ๕๔ เป็นตอนที่พ่อแฮงค์ขอโทษลูกมิกซ์ ที่ผิดพลาดจากเมาแล้วขับทำให้ลูกมิกซ์ถูกล้อว่าเป็นลูกขี้คุกขึัเมา มันสะเทือนใจผมมาก ผมถูกล้อว่าลูกไม่มีพ่อ มาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ผมแยกทางกัน
ผมตะโกนไปว่า พ่อไม่เคยขอโทษผม แต่ผมอภัยให้พ่อ(พูดด้วยอาการประชดขาดสติ)
พ่อผมทำงานโรงงานยาสูบแยกทางกับแม่ก่อนผมเกิดผมไม่รู้ว่าพ่อกินเหล้าหรือปล่าว แต่ผมไม่เคยได้อบอุ่นกับพ่อ?
ผมยังตะโกนต่อว่า เดี๋ยวนี้ผมก็่ ขี้เหล้า ขี้ยา และสำส่อนเหมือนพ่อ (ผมตะโกนไปทั้งทั้งที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตพ่อสักครั้ง)
บางอย่างทำให้ผมฉุกคิด สิ่งดีๆ ที่พ่อทำให้ผมมีบ้างไหม?
ผมเอาสิ่งที่ผมภาคภูมิใจไปให้พ่อดูเมื่อวัยเยาว์ พ่อไม่เคยแสดงออกว่าชื่นชม ผมทำอะไรตั้งมากมายแต่ไม่เคยได้รับการชื่่นชมจากพ่อ
พลันผมคิดได้ พ่อเคยทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม ทำไมผมลืมไปได้
เมื่อตอนผมบวชเมื่ออายุ ๒๐ ปี พ่อไปงานบวชของผม ผมกราบขออภัยและพ่อให้อภัยผมได้บวช อย่างน้อยพ่อก็ให้อภัยและให้เวลาผมในช่วงเวลาที่สำคัญ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ก็มีพ่อ แล้วไง ผมยังต้องการอะไรอีก
ขอบคุณครับพ่อ ขออภัยครับพ่อ ผมเขลาเบาปัญญา
ขอบคุณครับพ่อ ที่ได้เสียสละเวลามาให้ผมได้บวชอย่างสมบูรณ์ เป็น ลูกที่มีพ่อกับเขา
อันที่จริงถ้าผมพาลูกๆ และภรรยาๆ ไปหาพ่อ ผมคงได้รับการต้อนรับที่ดีจากพ่อ เป็นเพราะผมเองที่ไม่นำพา ไม่ทำ ไม่คิดที่จะทำ
พ่ออยู่กับที่ แต่ผมเคลื่อนที่ ไปทำงานที่ต่างๆ ความแค้นเคืองทำให้ผมห่าง ห่าง ห่าง และไม่เคยคิดว่าจะไปหาพ่อ
อย่าว่าแต่พ่อเลยนะครับ แม้แต่ญาติพี่น้อง หรือกระทั่งแม่ ผมก็ไม่คิดจะถามหา
แม่เห็นลูกชายผม(เกิดกับภรรยาคนที่สอง)เมื่อก่อนแม่จะละสังขารไปเพียง ๑๕ วัน เห็นหลานชายเมื่อเขาอายุ ๙ ขวบ
อยากจะบอกว่า ผมไม่เคยมีบ้าน ไม่เคยมีรัก ยากไร้ไปทุกสิ่ง
ผมยังแก้ปมด้อยของตัวเองไม่ได้ แม้อายุ ๕๙ ปีแล้ว
ผมเรียนรู้อะไรบ้าง ๕๙ ปีแล้ว ไม่มีคำตอบครับ
เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ย. ๕๔ เป็นตอนที่พ่อแฮงค์ขอโทษลูกมิกซ์ ที่ผิดพลาดจากเมาแล้วขับทำให้ลูกมิกซ์ถูกล้อว่าเป็นลูกขี้คุกขึัเมา มันสะเทือนใจผมมาก ผมถูกล้อว่าลูกไม่มีพ่อ มาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ผมแยกทางกัน
ผมตะโกนไปว่า พ่อไม่เคยขอโทษผม แต่ผมอภัยให้พ่อ(พูดด้วยอาการประชดขาดสติ)
พ่อผมทำงานโรงงานยาสูบแยกทางกับแม่ก่อนผมเกิดผมไม่รู้ว่าพ่อกินเหล้าหรือปล่าว แต่ผมไม่เคยได้อบอุ่นกับพ่อ?
ผมยังตะโกนต่อว่า เดี๋ยวนี้ผมก็่ ขี้เหล้า ขี้ยา และสำส่อนเหมือนพ่อ (ผมตะโกนไปทั้งทั้งที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตพ่อสักครั้ง)
บางอย่างทำให้ผมฉุกคิด สิ่งดีๆ ที่พ่อทำให้ผมมีบ้างไหม?
ผมเอาสิ่งที่ผมภาคภูมิใจไปให้พ่อดูเมื่อวัยเยาว์ พ่อไม่เคยแสดงออกว่าชื่นชม ผมทำอะไรตั้งมากมายแต่ไม่เคยได้รับการชื่่นชมจากพ่อ
พลันผมคิดได้ พ่อเคยทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม ทำไมผมลืมไปได้
เมื่อตอนผมบวชเมื่ออายุ ๒๐ ปี พ่อไปงานบวชของผม ผมกราบขออภัยและพ่อให้อภัยผมได้บวช อย่างน้อยพ่อก็ให้อภัยและให้เวลาผมในช่วงเวลาที่สำคัญ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ก็มีพ่อ แล้วไง ผมยังต้องการอะไรอีก
ขอบคุณครับพ่อ ขออภัยครับพ่อ ผมเขลาเบาปัญญา
ขอบคุณครับพ่อ ที่ได้เสียสละเวลามาให้ผมได้บวชอย่างสมบูรณ์ เป็น ลูกที่มีพ่อกับเขา
อันที่จริงถ้าผมพาลูกๆ และภรรยาๆ ไปหาพ่อ ผมคงได้รับการต้อนรับที่ดีจากพ่อ เป็นเพราะผมเองที่ไม่นำพา ไม่ทำ ไม่คิดที่จะทำ
พ่ออยู่กับที่ แต่ผมเคลื่อนที่ ไปทำงานที่ต่างๆ ความแค้นเคืองทำให้ผมห่าง ห่าง ห่าง และไม่เคยคิดว่าจะไปหาพ่อ
อย่าว่าแต่พ่อเลยนะครับ แม้แต่ญาติพี่น้อง หรือกระทั่งแม่ ผมก็ไม่คิดจะถามหา
แม่เห็นลูกชายผม(เกิดกับภรรยาคนที่สอง)เมื่อก่อนแม่จะละสังขารไปเพียง ๑๕ วัน เห็นหลานชายเมื่อเขาอายุ ๙ ขวบ
อยากจะบอกว่า ผมไม่เคยมีบ้าน ไม่เคยมีรัก ยากไร้ไปทุกสิ่ง
ผมยังแก้ปมด้อยของตัวเองไม่ได้ แม้อายุ ๕๙ ปีแล้ว
ผมเรียนรู้อะไรบ้าง ๕๙ ปีแล้ว ไม่มีคำตอบครับ
วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554
ราศีมีน : นางมารและนางฟ้า
ราศีมีน : นางมารและนางฟ้า
ภรรยาผมเกิดราศีมีน เธอบอกว่าเธอเป็นทั้งนางมารและนางฟ้าได้ในเวลาเดียวกัน ผมเห็นเช่นนั้น ราศีมีนคือน้ำ น้ำย่อมเคลื่อนไหวหรือสงบนิ่ง เป็นไปตามสิ่งเร้า ผมยกตัวอย่างซึนามิที่เกิดที่ญี่ปุ่น เกิดเพราะมีแรงกระตุ้นจากการเคลื่อนของแผ่นดิน น้ำมิได้พิโรธหากแผ่นดินพิโรธแล้วกระตุ้นให้น้ำทำตาม ความโกรธของน้ำไม่ได้เกิดจากความกลัวแต่เกิดจากแรงกระตุ้น กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง กระหน่ำไปตามสิ่งที่กระตุ้นมา หากเมื่อไม่มีสิ่งกระตุ้นน้ำย่อมสงบนิ่งต่อไป
ภรรยาผมมีความรับรู้ที่รุนแรง สามารถรับรู้สิ่งที่เป็นการกระทำต่างๆ ที่แวดล้อมและส่งผลกระทบ ผมรับรู้ว่าการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวนั้นไม่แปลก แต่สิ่งที่ไม่แปลกนั้นเมื่อเรารับรู้แล้วปรุงแต่งต่อทำให้การรับรู้ของเราแปรปรวน แล้วเราจะรับรู้อะไรไม่ได้อีกต่อไป เราละเลยเราลืมเลือนปรวนแปร เมื่อเราสงบแล้วการรับรู้ของเราจะดีขึ้น เมื่อเรารับรู้ได้แล้วการปรุงแต่งจะทำงานอีก มันอยู่ที่สติที่จะควบคุมการปรุงแต่ง มันอยู่ที่เรารับรู้แล้วเรียนรู้ได้อย่างไร มันอยู่ที่การมีสติการสังเกตุ แต่การเรียนรู้มีมากกว่านั้นแล้วแต่ใครจะเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลาที่เราต้องการเรียนรู้
ผมเองพยายามที่จะให้ นางมารและนางฟ้าไม่เป็นไปตามแรงกระตุ้นหรือปรุงแต่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากจิตไม่เคลื่อนไปในการยึดติด ดีชั่ว ต่ำสูง เกลียดชอบ ไม่ยึดติดในธรรมคู่ ไม่แกว่งไปและให้ค่าตามโลกย์ ย่อมเห็นอยู่ในสิ่งที่เป็นจริง เมื่อสัมผัสรับรู้เกิดขึ้นต้องไม่ปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ การปรุงแต่งย่อมเกิดจากธรรมคู่เช่นกัน ภายใต้การยึดติดและปรุงแต่งมีสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการกระตุ้นอีกมากมาย ความทะยานอยาก ความกลัว ความไม่ต้องการ และอื่นๆ อีกมาก สิ่งเหล่านั้นขับดันกระตุ้นอยู่ท่ามกลาง นั่นหมายความว่ามีสิ่งที่อยู่เบื้องหลังลึกลงไปมากก่วานั้นอีก ความพยายามแทรกแทรงของผมทำได้แต่เพียงเบื้องบนเท่านั้น ในท่ามกลางสิ่งที่ผมทำได้คือชักชวนให้เธอกลับไปหาส่วนที่อยู่ลึกลงไปด้วยตัวของเธอเอง เพราะมันเป็นสิ่งเฉพาะตนเท่านั้น
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม นางมารหรือนางฟ้า เธอยังคงเป็นภรรยาของผมไม่เปลี่ยนแปลง และผมก็รักและพร้อมจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ ทั้งนางมารและนางฟ้า เพราะทั้งสองสิ่งเหมือนกันในสายตาผม เป็นเพียงธรรมคู่ที่มนุษย์ให้ค่า และเหนืออื่นใด เธอคือภรรยาผม
ภรรยาผมเกิดราศีมีน เธอบอกว่าเธอเป็นทั้งนางมารและนางฟ้าได้ในเวลาเดียวกัน ผมเห็นเช่นนั้น ราศีมีนคือน้ำ น้ำย่อมเคลื่อนไหวหรือสงบนิ่ง เป็นไปตามสิ่งเร้า ผมยกตัวอย่างซึนามิที่เกิดที่ญี่ปุ่น เกิดเพราะมีแรงกระตุ้นจากการเคลื่อนของแผ่นดิน น้ำมิได้พิโรธหากแผ่นดินพิโรธแล้วกระตุ้นให้น้ำทำตาม ความโกรธของน้ำไม่ได้เกิดจากความกลัวแต่เกิดจากแรงกระตุ้น กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง กระหน่ำไปตามสิ่งที่กระตุ้นมา หากเมื่อไม่มีสิ่งกระตุ้นน้ำย่อมสงบนิ่งต่อไป
ภรรยาผมมีความรับรู้ที่รุนแรง สามารถรับรู้สิ่งที่เป็นการกระทำต่างๆ ที่แวดล้อมและส่งผลกระทบ ผมรับรู้ว่าการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวนั้นไม่แปลก แต่สิ่งที่ไม่แปลกนั้นเมื่อเรารับรู้แล้วปรุงแต่งต่อทำให้การรับรู้ของเราแปรปรวน แล้วเราจะรับรู้อะไรไม่ได้อีกต่อไป เราละเลยเราลืมเลือนปรวนแปร เมื่อเราสงบแล้วการรับรู้ของเราจะดีขึ้น เมื่อเรารับรู้ได้แล้วการปรุงแต่งจะทำงานอีก มันอยู่ที่สติที่จะควบคุมการปรุงแต่ง มันอยู่ที่เรารับรู้แล้วเรียนรู้ได้อย่างไร มันอยู่ที่การมีสติการสังเกตุ แต่การเรียนรู้มีมากกว่านั้นแล้วแต่ใครจะเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลาที่เราต้องการเรียนรู้
ผมเองพยายามที่จะให้ นางมารและนางฟ้าไม่เป็นไปตามแรงกระตุ้นหรือปรุงแต่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากจิตไม่เคลื่อนไปในการยึดติด ดีชั่ว ต่ำสูง เกลียดชอบ ไม่ยึดติดในธรรมคู่ ไม่แกว่งไปและให้ค่าตามโลกย์ ย่อมเห็นอยู่ในสิ่งที่เป็นจริง เมื่อสัมผัสรับรู้เกิดขึ้นต้องไม่ปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ การปรุงแต่งย่อมเกิดจากธรรมคู่เช่นกัน ภายใต้การยึดติดและปรุงแต่งมีสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการกระตุ้นอีกมากมาย ความทะยานอยาก ความกลัว ความไม่ต้องการ และอื่นๆ อีกมาก สิ่งเหล่านั้นขับดันกระตุ้นอยู่ท่ามกลาง นั่นหมายความว่ามีสิ่งที่อยู่เบื้องหลังลึกลงไปมากก่วานั้นอีก ความพยายามแทรกแทรงของผมทำได้แต่เพียงเบื้องบนเท่านั้น ในท่ามกลางสิ่งที่ผมทำได้คือชักชวนให้เธอกลับไปหาส่วนที่อยู่ลึกลงไปด้วยตัวของเธอเอง เพราะมันเป็นสิ่งเฉพาะตนเท่านั้น
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม นางมารหรือนางฟ้า เธอยังคงเป็นภรรยาของผมไม่เปลี่ยนแปลง และผมก็รักและพร้อมจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ ทั้งนางมารและนางฟ้า เพราะทั้งสองสิ่งเหมือนกันในสายตาผม เป็นเพียงธรรมคู่ที่มนุษย์ให้ค่า และเหนืออื่นใด เธอคือภรรยาผม
วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)