วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บันเทิงใจที่โคกหนองนา

น้ำหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ท้องถิ่น 

 

ยามเช้าอันร่มรื่น ไปเยี่ยมยาม เที่ยวบ้านโคกหนองนา ของเพื่อนรุ่นน้องที่เคยทำงานด้วยกัน บ้านอยู่ไม่ห่างนัก โทรไปบอกว่ากำลังออกจากบ้าน เธอมารออยู่หน้าบ้านแล้ว เกรงใจจังให้เจ้าของบ้านมารอ จอดรถใกล้ที่อยู่ของสุนัข สามตัว เขาส่งเสียงทักทายตัวเดียว คุยบอกเขาว่าไม่เป็นไรมาเยี่ยมรู้จักกันนะ เขาเลิกส่งเสียง ดูท่าแล้วน่าจะดุมาก (สุนัขเห่ามักไม่กัด นี่ไม่เห่าน่าจะ...) น้องชวนเดินดูและบอกว่า โคกหนองนาก็มีนามีน้ำมีสวนและต้นไม้ บ้านอีกหลังกำลังก่อสร้าง มีสะพานเหล็กเชื่อมต่อกับบ้านหลังปัจจุบันข้ามหนองน้ำ น้ำในบ้านติดต่อกันหมด และไม่เคยแห้ง มีปลาชุกชุม และมีปลาบึกด้วย ไม่เคยเอาไปทำอะไรเลย เลี้ยงไว้เพื่อความอุดมสมบูรณ์ มีนาที่เกี่ยวแล้วกำลังจะทำนาอีกครั้ง เดาเองว่าน่าจะเป็นนาปี ทางนี้ปลูกเดือนแม่ี(เดือนสิงหาคม)เกี่ยวเดือนพ่อ(เดือนธันวาคม) ประมาณนั้น มีทางเดินมีไร่ มีต้นไม้ร่มรื่น มีต้นไม้เพาะกล้าไว้ อุดมสมบูรณ์ดี 

ขึ้นบนเรือน คุณผู้ชายรุ่นน้องมาต้อนรับ เคยคุ้นเคยกันตั้งแต่ไปทำงานอยู่ สนก. ที่นนทบุรี อยู่ชั้นเดียวกันด้วย สนทนาเรื่องบุตร ที่เคยเห็นเมื่อ สัก 17 ปีที่แล้วตอนนั้นตัวนิดเดียว ดูรูปถ่ายตอนรับปริญญาสูงใหญ่มาก คุณพ่อบอกสูงน่าจะมากกว่า 195 ซ.ม. แล้ว คุณแม่ต้องเงยหน้าคุยด้วย คนน้องเคยมาที่บ้านเห็นแล้วก็ว่าตัวสูงใหญ่คุณพ่อบอกว่าน่าจะยังสูงได้อีก แต่ตัวใหญ่กว่าคนพี่ ดีสมบูรณ์ทั้งคู่ คุยกันความหลังตอนทำงานอยู่ จำชื่อคนได้บ้างไม่ได้บ้าง เพลินกับอดีตไป ภาระจบแล้ว แต่ก็ยังสนใจเรื่องราวความเป็นไปอยู่ เห็นบอกว่าปี 2581 เหมืองจะปิดตัวลง และโรงไฟฟ้าก็จะหยุดปี 2585 นึกถึงสมัยไปทำงานอบรมที่เหมืองลิกไนต์กระบี่ ยังมีคนทำงานมีโรงไฟฟ้า มีความพยายามจะสร้างโรงฯอีก  

สัจจะธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เกิดขึ้นอีก...
วนไปจากรุ่นสู่รุ่น 

ที่ลำปางนี้ทำให้เห็นสัจจะธรรมหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ผู้คน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งพบ ทั้งพราก ทั้งสุขทั้งทุกข์ ประสบการณ์อันเรียนรู้ด้วยตน เจริญขึ้น เสื่อมลง โลกธรรมกระทบ เรียนรู้ไปตราบที่ยังหายใจ

ก่อนจากได้ขอน้ำจุลินทรีย์ น้องบอกเป็นน้ำหมักที่ทำไว้เป็นปีแล้ว จุลินทรีย์ท้องถิ่นใช้ปริมาณไม่มาก สองช้อนแกง(30 ซีซี.)ต่อน้ำ 5 ลิตร ใช้เหมือนกับ น้ำอีเอ็ม แต่อีเอ็มเป็นจุลินทรีย์ต่างประเทศ(ญี่ปุ่น)ต้องลองใช้ดู (นอกจากน้ำหมักชีวภาพแล้วยังได้น้ำหมักแบบอัดแก๊สมาด้วยอีกโหล ขอบคุณทั้งสองน้ำ...555!!!)

ลาจากด้วยความปิติ อิ่มใจในไมตรีจิต แล้วจะมาเยือนใหม่

สายลมบันทึก 15.20 น. 

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทักษะชีวิต

 

สดชื่น ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสัญญาและอารมณ์

ทักษะชีวิต 
ทักษะคือ การทำซ้ำ ทำบ่อย ทำให้เกิดขึ้น (ภาวิตา พหุลีกตา) อัตโนมัติหลับใหลสู่ตื่นรู้
ชีวิตคือ กายและใจ มีแล้ว ใช้เช่นเดียวกับเงินทอง ชีวิตมีคุณค่า มีชีวิตโปรดใช้ชีวิตด้วย
ท่องเที่ยวไป ภายในตน ทั่วทั้งกายและใจ

สดชื่น 

ด้วยลมหายใจ หายใจเข้ายาว... รู้ หายใจออกยาว... รู้ อยู่กับลมหายใจ ลึก ช้า และยาว 
หายใจเข้า นับ 1-2-3-4-5 กลั้นหายใจ นับ 1-2-3-4-5 หายใจออก นับ 1-2-3-4-5 วนเวียนไป 
ผ่อนคลายจึงสดชื่น 

ตื่นรู้ 

เมื่อขณะสดชื่นกับลมหายใจ ปิดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ปิดอายตนะทั้งหมด ตัดผัสสะ ปิด สนิท นิ่ง สงบไม่วุ่นวาย
ไม่วุ่นวายจึงรับรู้อย่างไร้ความคิดเชื่อมโยง วางสัญญา อายตนะจึงตื่นรู้ ยามไม่รับรู้ผัสสะ พักเพื่อพลังแห่งอายตนะ จะทำงานอย่างตื่นรู้ รู้ความจริงที่จะเข้ามา จึงรู้ตัวทั่วพร้อม พร้อมที่จะรับผัสสะแรกเมื่อเปิดรับด้วยการตื่นรู้

อยู่กับปัจจุบัน 

ลืมตาขึ้น คงลมหายใจ ลึก ช้า และยาว ลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ  ช้า ช้า ... บอกชื่อสิ่งที่เห็น บอกตนเองในใจ ไล่เรียงสัก 5 อย่าง... ช้าแต่มั่นคงเข้าไปสัมผสเพื่อรู้สึกถึงพื้นผิว ให้การได้สัมผัส รับรู้ หยาบ กระด้าง ละเอียด นุ่มลื่น สัมผัสรับรู้สัก 4 อย่าง... แล้วรับรู้โดยโสตะเสียงที่มากระทบ ดัง ค่อย คุ้น แปลก ฟังรับรู้สัก 3 อย่าง... รู้อยู่กับลมหายใจสดชื่นตอไป สูดหายใจลึกๆ รับกลิ่นที่มาสัมผัส รู้สึกได้ ดมกลิ่นสัก 2 อย่าง... เคยชินหรือแปลกใหม่ แล้วลองลิ้มรส ทางปากสักหนึ่งอย่าง... จิบน้ำ น้ำเปล่าก็เป็นรส รสที่ไม่มีรส นี่คือปัจจุบัน ที่อายตนะในและนอกสัมผัสกัน เมื่อสังเกต เป็นปัจจุบันในแต่ละขณะ อยู่อย่างขอบคุณและยินดี 

เท่าทันสัญญา และอารมณ์  

ผัสสะสร้างประสบการณ์ ประสบการณ์เชื่อมหรือสร้างสัญญา เก่าใหม่ ไม่มี มีแต่ปัจจุบัน เพียงแต่ เมื่อสัญญาประทับ สร้างหรือเชื่อมต่อ ปรุงแต่ง สร้างไปข้างหน้า เชื่อมต่อกับข้างหลัง อนาคตและอดีตจึงมา พร้อมกับอารมณ์ในการปรุงแต่ง สดชื่นตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน จึงรู้เห็นตามเป็นจริง เป็นภาชนะที่แข็งแกร่งเพราะมั่นคงไม่หวั่นไหว ไปสร้างอนาคตหรือเชื่อมอดีต จึงเป็นภาชนะที่ไม่ตกแต่อารมณ์ไปตาม ปรโตโฆสะ ที่มากระทบ ตระหนักรู้พิจารณาอย่างแยบคาย ภาชนะตัวรู้ ใจ อันสดชื่น ตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสัญญาและอารมณ์ จึงควรแก่การงาน คิดได้ย่างแยบคาย สร้างปัจุบันที่เป็นความจริง ความงาม ความมีประโยชน์ เบื้องต้นต่อตน ท่ามกลางต่อสังคม และที่สุดต่อธรรม... ธรรมอันเป็นที่สุด สงบ ระงับ

ในความเป็นธรรมดา ธรรมดามนุษย์ เห็นความเป็นธรรมดาแห่งตน ไม่มีอะไรสมบูรณ์ ไม่มีอะไรบกพร่อง โปรดใจดีต่อตน เมตตาตน จากภายในส่งไปภายนอก ย่อมใจดีและเมตตา เห็นคุณค่าในทุกชีวิต ...
เป็นธรรมดาแห่งการฝึกฝนตน ไม่มีสิ้นสุด ไม่มีงดงาม ไม่มีน่าเกลียด ไม่มีรัก-ชัง ตลอดรายทาง ไม่ปรุงแต่ง ใช้ชีวิตเช่นนี้เอง
 

ทักษะชีวิตฝึกดั่งนี้ได้....
สดชื่น ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสัญญาและอารมณ์