ชีวิตเป็นเรื่องของกายใจ ในยามที่ใช้วิตคือใช้ กายและใจ บางครั้งเราหลงลืม เพริดเพลิน ดื่มด่ำ พร่ำถึง สิ่งที่อยู่นอกกายและใจของเรา เราเพียงแต่มีชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อม คน สถานที่ กฎ ระเบียบ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ ... สิ่งแวดล้อมนี้จัดสร้างความสัมพันธ์ อันเป็นกรอบล ให้เราล่องลอย มีชีวิตอยู่ท่ามกลาง ระบบ ระเบียบ สัมพันธ์อันควบคุมกายและใจของเรา มีชีวิตเหมือนถูกจองจำให้ ระแวง ระวัง โดเดี่ยว ผูกมัดชักนำให้ ดีใจ เสียใจ สุข ทุกข์ ท่ามกลางธรรมดา ธรรมชาติของสังคม เบียดเบียนทำร้ายกันอันเป็นนิรัดร์
สุข ทุกข์ทั้งมวลเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ยึดโยงเราเข้ากับสิ่งแวดล้อม ในเวลาที่เคลื่อนไป กรอบ กฎ จำกัดเรา แคบลง แคบลง จนบางครั้งแม้แต่ะคิดออกนอกรอบนั้น ก็ไร้ทางออก
(มีเรื่องเล่า... คนคิดจะจับหมูป่าใส่คอก เขาไม่ได้จับหมูป่ามาใส่คอก เขาเพียงแต่ปักเสาไปเพียงวันละต้น รอบที่อยู่ของหมูป่านั้น วันแล้ว วันเล่า เสาค่อยๆ เพิ่มขึ้น หมูป่าก็คุ้นชินและอยู่ในคอกแล้ว...-คุณชนะ -ผู้เล่า)
เราสามารถเลือกดำรงอยู่อย่างเป็นธรรมดาในกรอบนั้น อย่างคุ้นชิน หรืออยู่เป็นธรรมดาสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมนั้นด้วยการรู้เท่าทัน กล่าวอีกอย่างว่า "เป็นไปอย่างอัตโนมัติ หรืออยู่อย่างตื่นรู้"
คุ้นชิน ทำให้ใจเราหลับใหล นิ่งในกรอบอยู่อย่างอัตโนมัติ
รู้เท่าทัน ทำให้ใจเราตื่นรู้ อยู่ในกรอบอย่างไร้กรอบ
เราสามารถเติมพลัง เติมเต็ม ตื่นรู้ได้
ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสัญญาอารมณ์ ด้วยสติและปัญญา
ลองอยู่กับตัวเอง ไม่สนใจคนอื่น สิ่งอื่น ตัวเราเองอาจไม่สมบูรณ์ ไม่ต้องสมบูรณ์ก็ได้ แค่เราพัฒนาไปทุกวัน ทีละนิดทีละน้อย พอแล้ว เดินทางไปอย่างนี้แหละ พัฒนาสิ่งที่เราควบคุมได้... ปล่อยสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ปล่อยให้เป็นไปตามที่ควรเป็น วางไว้ไม่ใส่ใจ เราดูแล ความคิด การกระทำที่ทำได้ อยู่กับปัจจุบันด้วยการสังเกต รู้ รับรู้ ความรู้สึกภายใน อายตนะภายในของเรา มีชีวิต ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่มากเกิน ไม่น้อยไป ทำความรู้จักตัวเอง ฝึกทีละเล็กทีละน้อย สร้างพื้นที่ว่างอันสงบให้ใจเรา
"ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จลงแล้วด้วยใจ"
ลองสำรวจรอบรอบที่เราอยู่อาศัย รอบบ้านของเรา สถานที่ที่เราพักพิง สำรวจด้วยอายตะนะภายในของเรา ใจ ระลึกถึง ตา ดูให้เห็น หู ด้วยการฟังเสียงรอบข้าง ลิ้น จิบน้ำเย็นๆ จมูก สูดดมกลิ่นที่ลอยอยู่รอบตัว กาย ใช้ร่างกายสัมผัสแข็ง อ่อน ร้อนเย็น ภายในสัมผัสภายนอก(อายตนะ) ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ให้ประโยชน์ ไร้ประโยชน์ หรือเฉยๆ นึกถึงตัวเรา ยอมรับและอนุญาต ให้สิ่งเกิดขึ้นแล้วธรรมดาเกิดขึ้น เพียงเราปรับเปลี่ยนมุมมองบางเรื่องราว หาสิ่งที่ทำแล้วดีต่อใจ เรื่องราวเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ใจฟูขึ้นอย่างรู้ตัว และยืนยันว่าโลกยังสดใสอยู่ เมื่อยอมรับและตระหนักว่าสิ่งที่ผ่านมานั้น เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ได้ทำไว้แล้ว อวยพรให้กับตนเอง รู้เท่าทันสัญญาอารมณ์ สัมผัสถึงพลังของตน พลังข้างในตน ได้นำฉันมาจนถึงทุกวันนี้ ให้เติบโตพัฒนาจนได้เรียนรู้จากทุกข์ ได้สัมผัสความสุข และเผยแผ่ความปรารถนาดี และเมตตาให้กับสรรพสิ่งได้ ให้ได้จากความภาคภูมิใจในคุณค่า เรียนรู้ทุกข์ดั่งนี้ มีสุขดั่งนี้ สามารถสร้างความหมายใหม่ เป้าหมายใหม่ เป็นตัวของตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างตื่นรู้ อยู่ในกรอบอยางไร้กรอบ
ชีวิต กายและใจ บางครั้งต้องการโอบกอดกันเอง ลองพิจารณากิจกรรมที่สามารถเติมพลังให้กับชีวิต เพื่อการใช้ชีวิตอย่าง สดชื่น ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสัญญาอารมณ์
เมื่อเรารับรู้ด้วยภายใน จากสัมผัสภายนอก แค่รู้อยู่ ต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอ ว่างก็ฝึก หากหลงเพริดเพลินก็หาหลักไว้เป็นเครื่องมือที่จะใช้ได้เสมอ โอบกอดตัวเองเพื่อ สร้างความหวังในเป้าหมายที่ไปถึงได้ ใช้พลังที่เรามีและชื่นชอบ เติมพลังให้กับชีวิตในแต่ละช่วงทีละนิดทีละน้อย เมื่อเหนื่อยล้าหาพื้นที่ว่างให้ใจได้พัก
กิจกรรมที่นำเสนอนี้เพื่อให้เราพัฒนา ในการเพ่งพินิจ สัมผัส โอบรัดกายใจ นำไปสู่สมดุล (ช่วยให้เราเห็น"เสาที่ปักอยู่รอบตัวเรา"เพื่อให้เราสร้าง"พื้นที่ว่าง"ในคอกกรอบจำกัดนั้นได้)
กิจกรรม โอบกอดใจให้ปัญญา
ประกอบด้วย
เครื่องมือหลัก 12 เครื่องมือ
01 อาบบ้าน
02 การ์ดโอบกอดความเหงา
03 การ์ด พรุ่งนี้ยังมีตะวัน
04 การ์ด พลัง
05 การ์ด เก็บเกี่ยวความหมายฯ
06 เพลินใจรอบเรือนตน
07 สำรวจก่อนกิจกรรม
08 ผ่อนพักตระหนักรู้
09 การเรียนรู้หลังทำกิจกรรม
10 จารึกปัญญา
11 ทบทวนระหว่างวัน
12 คำถามชวนคิด
เครื่องมือย่อย 4 อย่าง
ย01 บันทึกสุขใจ
ย02 เครื่องมือ ดูแลใจอย่างต่อเนื่อง
ย03 คำส่งกำลังใจ
ย04 วิธีทำและใช้การ์ด
ย05 การ์ดตะกอนปัญญา(ตัวอย่างและการ์ดเปล่า)
กิจกรรมที่ทำจากเครื่องมือข้างต้นนี้ เป็นกิจกรรมที่ออกแบบไว้เป็นระยะเวลา 3 วัน แต่เครื่องมือข้างต้นนี้สามารถใช้อย่างเดี่ยวๆ ก็ได้เป็นคล้ายเครื่องมือสามัญประจำบ้านเพื่อการเยียวยา บรรเทาในแต่ละด้านได้ และภายในเครื่องมือสามารถเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ทั้งยังเพิ่มเติม เครื่องมือที่ชอบเข้ามาใช้ร่วมได้ ตามแต่จะปรับปรุงออกแบบเพื่อให้เหมาะกับตนเอง สนองความต้องการของตน เพื่อไปให้ถึงจุดหมายของตน
สำหรับกิจกรรมที่ออกแบบไว้เป็นดังนี้
1 ออกแบบสำหรับ กิจกรรม 3 วัน วันแรกเพื่อสำรวจ วันที่สองเพื่อลงลึก วันที่สาม เพื่อขอบคุณและจารึก
2 ลำดับ เครื่องมือใน กิจกรรม
วันแรก สำรวจ
[07]-[06]-[02+03]-[11]-[พัก]-[08]-[04]-[05]-[01]-[09]-[ย01]
วันที่สอง ลงลึก
[07]-[06]-[02+03]-[11]-[พัก]-[08]-[04]-[05]-[01]-[09]-[ย01]
วันที่สาม ขอบคุณและจารึก
[07]-[06]-[04]-[05]-[11]-[พัก]-[08]-[01]-[10]-[09]-[ย01]-[12]
ท้ายวันที่สาม พิจารณา [ย02]-[ย03]
สำหรับเวลาในแต่ละช่วงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอัทธยาศัย
และเครื่องมือย่อย ย04 มีไว้เพื่อให้ทำการประกอบกิจกรรม 02-03-04-05 และสำหรับกิจกรรมจารึกปัญญา การ์ดตะกอนปัญญาของตนเอง
โปรดระลึกเสมอว่า เป็นเพียงข้อเสนอ ท่านเป็นผู้ออกแบบ และลงมือทำเอง